หน้าเว็บ » » อาหาร คุณแม่หลังคลอด

อาหาร คุณแม่หลังคลอด

เพราะอาหารนั้นสำคัญ นอกจากระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่จะบำรุงตัวเองและบำรุงลูกน้อยอย่างดีแล้ว การใส่ใจเรื่องอาหารการกินหลังคลอดยังสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเพราะร่างกายที่ใช้งานมาตลอด 9เดือนจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู


ช่วงหลังคลอดคุณแม่สูญเสียทั้งเลือด น้ำและพลังงานในการคลอด ดังนั้นเมื่อคลอดแล้วคุณหมอจึงให้คุณแม่พักประมาณ 2-3 ชั่วโมงนอกจากจะเพื่อดูอาการหลังคลอดแล้วยังเป็นการให้คุณแม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ก่อนที่จะได้พบกับลูกน้อย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่แม่ต้องกินอาหารที่ให้ทั้งพลังงานและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเพื่อฟื้นฟูร่างกายตัวเองและเพิ่มพลังงานพร้อมเลี้ยงลูกน้อยที่รอการถ่ายทอดพลังงานผ่านนมแม่ เห็นไหมคะว่าถึงอย่างไรหลังคลอดแล้วกินหนึ่งก็ยังได้ถึงสองอยู่
*ข้าวสวยนิ่มๆ หรือข้าวต้ม // แกงเลียงหัวปลีตำลึงใบแมงลัก // ไข่ผัดขิง // หมูย่างซีอิ้ว // ผลไม้สด
เพิ่มส่วนประกอบของหารให้มีเครื่องเทศ เช่น พริกไทย ขิง ที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยการย่อย เครื่องเทศที่มีส่วนกระตุ้นร่างกายสร้างน้ำนมได้แก่ พริกไทย ขิง กะเพรา ส่วนผักก็ได้แก่หัวปลี ฟักทอง ใบตำลึง ผักโขม ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง

*อาหารที่มีธาตุเหล็กมากได้แก่ ไข่แดง เครื่องในสัตว์ ผักสีเขียวเข้ม ช่วยบำรุงเลือด
* อาหารที่มีธาตุเหล็กจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุดเมื่อกินพร้อมกับผักและผลไม้สดที่มีวิตามินซีเพราะจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* ผัก ผลไม้ ช่วยระบบขับถ่าย และควรดื่มน้ำอุ่นจะช่วยให้การหลั่งน้ำนมดีขึ้น

ข้อห้ามสำหรับคุณแม่
หลาก หลายข้อห้ามนี้ก็เพื่อรักษาให้สุขภาพร่างกายคุณแม่กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว ยิ่งอยู่ในช่วงให้นมลูกแม่ต้องระวังรักษาสุขภาพมากเป็นพิเศษเพราะสิ่งที่แม่ กินจะถ่ายทอดผ่านทางน้ำนมแม่ไปถึงลูกด้วย
1 ห้ามเครียด (เกินเหตุ)
2. ห้ามกินของแสลง
3 ห้ามยกของหนัก
4 .ห้ามมีเซ็กซ์
5 ห้ามใช้ยา

***งด ใช้ยากลุ่มรักษาสิว ยาปฏิชีวนะ ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ยากระตุ้นฮอร์โมน หรือยารักษาโรคประจำตัว ฯลฯ รวมไปถึงยาที่อยู่ในกลุ่มสารเสพติด เช่น ยานอนหลับ ยาแก้ปวด ชนิดต่างๆ เพราะจะถ่ายทอดไปถึงลูกผ่านทางน้ำนมค่ะ
คำแนะนำ :
หากคุณแม่จำเป็นต้องกินยาควรปรึกษาคุณหมอก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดกับลูกและตัวคุณแม่เองค่ะ






******การอยู่ไฟหลังคลอด ของแผนโบราณ*****
-การอยู่ไฟหลังคลอดจะช่วยลดการเกร็งและความตึงตัวของกล้ามเนื้อ เพิ่มการไหลเวียนโลหิต ลดการอักเสบ และช่วยให้ร่างกายกลับคืนสู่สมดุลได้ดีขึ้น ปราศจากภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการสะบัดร้อน สะบัดหนาว อาการหนาวสะท้าน อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย เลือดลมมาไม่ปรกติ เพื่อทำให้สุขภาพร่างกายที่เสื่อมหรือสมรรถภาพบกพร่องไปจากการตั้งครรภ์และคลอดบุตร กลับคืนความแข็งแรงเหมือนเดิม ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการแทรกซ้อนหลังคลอด เช่น การติดเชื้อหลังคลอดและการตกเลือด

****ภูมิปัญญาเรื่อง “การอยู่ไฟหลังคลอดบุตร” ของคนไทย มีกรรมวิธีประพฤติปฏิบัติกันอยู่ทุกภูมิภาคของเมืองไทย แต่รายละเอียดในการปฏิบัติอาจจะแปลกแตกต่างกันออกไปบ้างในแต่ละท้องถิ่น แต่ละภาคชาวบ้านบางแห่งเชื่อว่า การอยู่ในที่ร้อน ดื่มน้ำร้อน อาบน้ำร้อน เป็นการพักพื้นเพื่อสะสมกำลังให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ทำงานหนักได้ ไม่ปวดเมื่อย ต่อสู้กับโรคภัยต่าง ๆ ได้ ไม่มีอาการหนาวสะท้านเมื่อถูกลมฝน โดยเชื่อว่าผลกระทบต่าง ๆ อาจเกิดทันที หรือปรากฏอาการให้เห็นเมื่ออายุมากขึ้นใช้วิธีการอยู่ไฟนาน 7-30 วัน เพื่อให้เกิด ”ประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณแม่หลังการคลอดบุตร” เป็นการปรับสมดุลของธาตุทั้งสี่ อันได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ช่วยขับน้ำคาวปลา ช่วยทำให้มดลูกแห้ง และเข้าอู่เร็วขึ้นทำให้หน้าท้องยุบเร็ว คืนความสดใส คืนความงดงามและความสะบายตัวจากการอยู่ไฟด้วย
ช่วยทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้นช่วยในเรื่องของอาการหนาวสะท้านช่วยปรับฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายให้สมดุลขึ้นช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น คุณแม่หลังคลอดคงเคยได้ยิน คนรุ่นย่า รุ่นยาย จนมารุ่นคุณแม่(ยายของหลาน) พูดให้ได้ยินอยู่เสมอๆ ว่าพอหลังจากคลอดลูกแล้วก็ให้อยู่ไฟหลังคลอดด้วย เพื่อที่มดลูกจะได้เข้าอู่เร็ว และร่างกายจะฟื้นตัวเร็ว ไม่สะบัดร้อน ไม่สะบัดหนาว แต่สำหรับคุณแม่รุ่นใหม่วัยหัดเลี้ยงลูก ก็คงจะงงอยู่ไม่น้อยว่าการอยู่ไฟคืออะไร จะอันตรายหรือเปล่า ทำแล้วจะได้ประโยชน์จริงๆ เหรอ ต้องบอกว่าการอยู่ไฟเป็นศาสตร์หนึ่ง ที่คนไทยสมัยโบราณยึดปฏิบัติตามกันมาอย่างยาวนาน การอยู่ไฟมีประโยชน์ และไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ทั้งนี้การอยู่ไฟก็ต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิดขณะที่ทำด้วยนะคะ ไม่ควรปฏิบัติเองโดยเด็ดขาด
***

# ยาสมุนไพรตำหรับหลังคลอด # ขับเลือด บำรุงเลือด ขับน้ำคาวปลา
ยาบำรุงน้ำนม ตัวยาตรง ต้นน้ำนมราชสีห์ เหง้ากระทือ หนักสิ่งละ ๑ บาท รากไทรย้อย ใบกระวาน หนักสิ่งละ ๑ บาท ตัวยาช่วย เบญจกูล ระย่อม หนักสิ่งละ ๒ สลึง ตัวยาประกอบ โกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ หนักสิ่งละ ๒ สลึง ( ชูรส ชูกลิ่น ) วิธีทำ บดเป็นผง เอาน้ำสุกเป็นกระสายยา ขนาดรับประทาน กินครั้งละ ๑ – ๒ ช้อนกาแฟ ก่อนอาหาร ๓ เวลา สรรพคุณ บำรุงน้ำนม ขับน้ำนม ให้น้ำนมมาดี

ยาฟอกโลหิตระดู ตัวยาตรง ฝางเสน แกแล หนักสิ่งละ ๑ บาท ตัวยาช่วย ขมิ้นอ้อย ขมิ้นเครือ แก่นแสมทั้ง ๒ หนักสิ่งละ ๑ บาท ดอกคำไทย ดอกคำฝอย หนักสิ่งละ ๑ บาท เมล็ดพริกไทย ดอกดีปลี ขิงแห้ง หนักสิ่งละ ๑ บาท แก่นขนุน แก่นสน แก่นไม้สัก หนักสิ่งละ ๑ บาท ลูกสมอไทย ลูกมะขามป้อม ใบมะกา หนักสิ่งละ ๑ บาท ตัวยาประกอบ โกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ หนักสิ่งละ ๒ สลึง ( ชูรส ชูกลิ่น ) วิธีทำ เติมน้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๑๕ – ๒๐ นาที รินเอาน้ำดื่ม ขนาดรับประทาน ครั้งละ ๑ / ๒ – ๑ ถ้วยกาแฟ ก่อนอาหารเช้า - เย็น ( ถ้าถ่ายมากให้ลดจำนวนที่ดื่ม ) สรรพคุณ ฟอกโลหิตระดู ขับโลหิตระดูที่เน่าเสีย ขับน้ำคาวปลา
ยาบำรุงโลหิต ตัวยาตรง ดอกคำไทย ดอกคำฝอย เลือดแรด ครั่ง หนักสิ่งละ ๑ บาท ตัวยาช่วย ฝางเสน แกแล หนักสิ่งละ ๒ สลึง เบ็ญจกูล หนักสิ่งละ ๒ สลึง ตัวยาประกอบ โกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ เกสรทั้ง ๕ หนักสิ่งละ ๒ สลึง ( ชูรส ชูกลิ่น ) วิธีทำ บดเป็นผง ใช้น้ำผึ้งเป็นกระสายยา ปั้นเม็ดเท่าลูกมะแว้ง ขนาดรับประทาน ครั้งละ ๓ – ๕ เม็ด ก่อนอาหารเช้า – เย็น สรรพคุณ บำรุงโลหิต บำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง ฯลฯ
ตำหรับยาโบราณ ภูมิปัญญาหมอชาวบ้าน( จดกันไว้ก่อนที่จะไม่มีให้จด)
บทความและภาพประกอบเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน
ขอให้ทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจนะคะ





Credit: TEAY


Popular Posts

Powered by Blogger.